ใช้รหัสสินค้าและหน่วยนับให้ตรงกัน บันทึกทุกการเคลื่อนไหว และตรวจยอดจากเอกสาร ก่อนใช้การปรับยอดเพื่อแก้ตัวเลข
เมื่อมีหลายสาขา ทีมอาจขาย รับสินค้า และโอนของในเวลาใกล้กัน ถ้ากติกาไม่ชัด ตัวเลขคงเหลืออาจตอบไม่ได้ว่าสินค้ากำลังอยู่ที่ใด
เริ่มจากตรวจเส้นทางสินค้าให้ครบ แล้วค่อยเลือกเครื่องมือที่ช่วยให้คนทำงานบันทึกได้สะดวก
สินค้าเดียวกันต้องเรียกตรงกัน
ตรวจรหัสสินค้า รุ่น สี ขนาด และหน่วยนับ โดยเฉพาะสินค้าที่ซื้อเป็นกล่องแต่ขายเป็นชิ้น หากแต่ละสาขาตั้งรหัสเอง การรวมยอดจะตรวจสอบยาก
- กำหนดคนดูแลรหัสและรายละเอียดสินค้า
- ใช้หน่วยนับและอัตราแปลงที่ตกลงกัน
- แยกสินค้าที่ดูคล้ายแต่ขายแทนกันไม่ได้
- ทดสอบบาร์โค้ดกับอุปกรณ์หน้างาน
เช็กทุกจุดที่ทำให้จำนวนเปลี่ยน
การขายเป็นเพียงหนึ่งรายการเคลื่อนไหว จึงควรย้อนดูเอกสารของแต่ละเหตุการณ์เมื่อพบยอดต่าง
| เหตุการณ์ | คำถามที่ควรตอบได้ |
|---|---|
| รับเข้า | รับจริงกี่ชิ้น รับจากเอกสารไหน? |
| ขาย | ตัดจากสาขาและคลังใด เมื่อไร? |
| คืนสินค้า | กลับไปขายได้ หรือแยกตรวจสภาพ? |
| โอนสาขา | ออกจากต้นทางแล้ว ปลายทางรับหรือยัง? |
| ตรวจนับ | นับเวลาไหน ใครตรวจ และใครอนุมัติยอดต่าง? |
ของอยู่ระหว่างโอน ก็ต้องมีสถานะ
ถ้าต้นทางตัดสินค้าแล้วปลายทางยังไม่ได้รับ ควรดูได้ว่ามีของอยู่ระหว่างทางตามวิธีที่ธุรกิจออกแบบไว้
เมื่อรับไม่ครบหรือสินค้าชำรุด ให้มีขั้นตอนบันทึกและตรวจสอบ การเพิ่มยอดปลายทางทันทีตั้งแต่ออกของอาจทำให้หน้าร้านเข้าใจว่ามีของพร้อมขายแล้ว
ตรวจนับให้รู้สาเหตุ ก่อนปรับยอด
กำหนดช่วงเวลาและขอบเขตที่นับ รวมถึงวิธีจัดการรายการขายหรือรับสินค้าที่เกิดระหว่างนั้น เปรียบเทียบยอดกับเอกสารที่อยู่ในช่วงเดียวกัน
ยอดต่างควรมีผู้ตรวจและเหตุผลที่บันทึกได้ หากปรับให้ตรงอย่างเดียวโดยไม่หาสาเหตุ ปัญหาเดิมอาจเกิดซ้ำ
- แยกผู้ตรวจนับและผู้อนุมัติตามความเหมาะสม
- ตรวจรายการค้างก่อนสรุปยอดต่าง
- ระบุเหตุผลและผู้รับผิดชอบการปรับ
- เก็บประวัติสำหรับตามปัญหาย้อนหลัง
เลือกเครื่องมือให้เข้ากับร้าน
หน้าขายควรเข้าถึงสินค้า ราคา ส่วนลด และรับชำระได้สะดวก ส่วนคลังต้องค้นหา รับเข้า โอน และตรวจนับได้เหมาะกับพื้นที่ทำงาน
การใช้บาร์โค้ดหรือ RFID และการขายเมื่ออินเทอร์เน็ตไม่พร้อมต้องประเมินตามอุปกรณ์ จำนวนสินค้า และเงื่อนไขของสาขา ไม่ใช่ทุกฟังก์ชันจำเป็นต้องทำพร้อมกัน
